ศาสนพิธี

ศาสนพิธี
ความรู้เบื้องต้น
คำว่า ศาสนพิธี แยกเป็น ๒ คำ คือคำว่า ศาสนา กับคำว่า พิธี
คำว่า ศาสนา หมายถึง คำสอน
คำว่า พิธี หมายถึง ระเบียบแบแผน หรือ แบบอย่างที่พึงปฏิบัติ
คำว่า ศาสนพิธี จึงหมายถึง ระเบียบ แบบแผน หรือแบบอย่างที่พึงปฏิบัติในศาสนา
เมื่อนำมาใช้ในพระพระพุทธศาสนา จึงหมายถึง ระเบียบแบบแผนหรือแบบอย่างที่พึงปฏิบัติ
ในพระพุทธศาสนา
ศาสนพิธีเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายหลังศาสนา คือ มีศาสนาเกิดขึ้นก่อนแล้วจึงมีพิธีต่าง ๆ
เกิดตามมา และเป็นสิ่งที่มีอยู่ในทุกศาสนาโดยจัดเป็นองค์ประกอบหนึ่งของศาสนา ซึ่งแตกต่าง
กันไปตามลักษณะความเชื่อของศาสนานั้น ๆ โดยเปรียบศาสนพิธีเสมือนหนึ่งเปลือกไม้ที่คอย
ห่อหุ้มแก่นของต้นไม้คือเนื้อแท้ของศาสนาได้แก่พระสัทธรรมไว้
เหตุเกิดพุทธศาสนพิธี
หลังจากที่พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงหลักคำสอนอันเป็นหลักการ ที่เรียกว่า “หัวใจ
สำคัญของพระพุทธศาสนา”
หรือ “โอวาทปาติโมกข์” อันเป็นการสรุปคำสอนทั้งหมด ๓
ประการ คือ

read more »

พิธีแสดงตนเป็นพุทธมามกะ

พิธีแสดงตนเป็นพุทธมามกะ
คำว่า พุทธมามกะ คือ การรับเอาพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งของตน หมายถึง การ
ประกาศยอมรับนับถือพระพุทธศาสนานั่นเอง

การแสดงตนเป็นพุทธมามกะมีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล สืบเนื่องมาจนถึงบัดนี้ ซึ่งสรุป
รวมได้ ๔ วิธี คือ
๑. ในสมัยที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศเผยแผ่พระพุทธศาสนานั้น เมื่อมีผู้มาขอบวช
พระพุทธองค์ทรงบวชให้เองด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา โดยเปล่งพระวาจาว่า “เธอจงเป็นภิกษุ
มาเถิด ธรรมอันเรากล่าวดีแล้ว จงประพฤติพรหมจรรย์ เพื่อทำที่สุดแห่งทุกข์โดยชอบเถิด”

เพียงเท่านี้ ผู้นั้นเป็นอันถือเพศเป็นภิกษุ

๒. พระสาวกบวชให้ด้วยวิธีติสรณคมนูปสัมปทา โดยให้ผู้ขอบวชนั้นปลงผม นุ่งห่ม
สบงจีวรก่อนแล้วเปล่งวาจาถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ ๓ หน เป็นอันเสร็จพิธี
๓. มอบให้สงฆ์เป็นใหญ่ในการดำเนินการยอมรับบุคคลเป็นภิกษุ โดยเรียกวิธีนี้ว่า
ญัตติจตุตถกัมมอุปสัมปทา ซึ่งเป็นวิธีอุปสมบทที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบันนี้
๔. คฤหัสถ์ผู้ไม่ประสงค์จะบวช เปล่งวาจาขอถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ ที่พึ่ง ที่ระลึก
ผู้ชายเรียกว่า อุบาสก ผู้หญิงเรียกว่า อุบาสิกา

read more »

พิธีรักษาอุโบสถศีล

พิธีรักษาอุโบสถศีล
คำว่า อุโบสถ แปลว่า การเข้าจำ หมายถึง การตั้งใจสมาทานศีล ๘ อย่างเคร่งครัด
ซึ่งเป็นอุบายขัดเกลากิเลสอย่างหยาบให้เบาบาง และเป็นทางแห่งความสงบระงับ ดังนั้น
พุทธบริษัทฝ่ายคฤหัสถ์คืออุบาสกอุบาสิกาจึงควรหาโอกาสประพฤติตามโอกาสสมควร
อุโบสถของคฤหัสถ์มี ๒ อย่าง
๑. ปกติอุโบสถ อุโบสถตามปกติ หมายถึง อุโบสถที่รับรักษากันตามปกติเฉพาะ
วันหนึ่งคืนหนึ่ง ดังที่อุบาสกอุบาสิการักษากันอยู่ในวันอุโบสถ คือ วันธรรมสวนะหรือวันพระ
(๘ ค่ำ ๑๕ ค่ำ หรือ แรม ๑๔ ค่ำ) ในปัจจุบันนี้
๒. ปฏิชาครอุโบสถ อุโบสถที่กำหนดเฉพาะ หมายถึง อุโบสถที่รับรักษาเป็นพิเศษ
คือ รักษาคราวละ ๓ วัน โดยกำหนดให้มีวันรับ วันรักษา และวันส่ง เช่น จะรักษาอุโบสถ
ในวันขึ้น ๘ ค่ำ ต้องรับและรักษามาแต่วันขึ้น ๗ ค่ำ ไปจนสิ้นสุดวันขึ้น ๙ ค่ำ คือได้อรุณใหม่
ของวันขึ้น ๑๐ ค่ำ จึงหยุดรักษา

read more »

พิธีเวียนเทียนในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

พิธีเวียนเทียนในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
การเวียนเทียน หมายถึง การที่พุทธบริษัทถือเครื่องบูชา มีดอกไม้ ธูป เทียน
เป็นต้น ประนมมือทำประทักษิณ คือ เดินเวียนขวารอบพระอุโบสถหรือปูชนียวัตถุในวัด
เพื่อแสดงความเคารพ และสำรวมใจน้อมระลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ
โดยในระหว่างเดินเวียนเทียนรอบที่หนึ่ง พึงตั้งใจระลึกถึงพระพุทธคุณโดยนัยบทว่า อิติปิ โส
ภควา …รอบที่สอง พึงตั้งใจระลึกถึงพระธรรมคุณโดยนัยบทว่า สฺวากขาโต ภควตา ธมฺโม …
และรอบที่สาม พึงตั้งใจระลึกถึงพระสังฆคุณโดยนัยบทว่า สุปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ…
วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่พุทธศาสนิกชนนิยมประกอบพิธีเวียนเทียน มี ๔ วัน คือ
๑. วันวิสาขบูชา ตรงกับวันเพ็ญเดือน ๖ แต่ในปีที่มีอธิกมาส (คือมีเดือน ๘ สองหน)
ก็เลื่อนไปเป็นวันเพ็ญเดือน ๗ เป็นวันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้ และเสด็จดับขันธปรินิพพาน
ของพระพุทธเจ้า หรือเรียกว่า “วันพระพุทธเจ้า” และองค์การสหประชาชาติได้มีมติรับรอง
ให้วันวิสาขบูชาเป็น “วันสำคัญสากลของโลก” เมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๔๘
๒. วันอัฏฐมีบูชา ตรงกับวันแรม ๘ ค่ำ เดือน ๖ (หรือเดือน ๗ ในปีที่มีอธิกมาส)
นับถัดจากวันวิสาขบูชาไป ๘ วัน เป็นวันคล้ายวันถวายพระเพลิงพระสรีระของพระพุทธเจ้า ณ
มกุฏพันธนเจดีย์ กรุงกุสินารา แคว้นมัลละ

read more »